Monthly Archives: กรกฎาคม 2012

โอเน็ตภาษาไทย ข้อ 21-30 ค่ะ

๒๑. ข้อความต่อไปนี้มีบุพบทและสันธานกี่คำ

คนไทยสมัยโลกาภิวัตน์ได้เปรียบคนไทยรุ่นก่อนในด้านที่มีความรู้กว้างขวาง

เพราะสามารถแสวงหาความรู้ได้จากแหล่งต่างๆทั้งหนังสือวิทยุโทรทัศน์และ

คอมพิวเตอร์

. บุพบทคำสันธานคำ

. บุพบทคำสันธานคำ

. บุพบทคำสันธานคำ

. บุพบทคำสันธานคำ

เฉลยข้อ 2

เหตุผล ข้อ 2 บุพบท 2 คำ ได้แก่ ใน, จาก

สันธาน 3 คำ ได้แก่ เพราะ, ทั้ง, และ

๒๒. ข้อความต่อไปนี้มีคำนามและคำกริยาหลักอย่างละกี่คำ (ไม่นับคำซ้ำ)

การกู้ยืมจะมีประโยชน์ต่อเมื่อเงินที่กู้มานั้นใช้อย่างมีคุณภาพและสร้างรายได้

เพื่อเพิ่มต้นทุนของเงินจำนวนนั้น

. นามคำกริยาคำ

. นามคำกริยาคำ

. นามคำกริยาคำ

. นามคำกริยาคำ

เฉลยข้อ 3

เหตุผล ข้อ 3 คำนาม 6 คำ ได้แก่ การกู้ยืม, ประโยชน์, เงิน, คุณภาพ, รายได้,

ต้นทุน คำกริยา 5 คำ ได้แก่ มี, กู้, ใช้, สร้าง, เพิ่ม

๒๓. ข้อใดเป็นประโยคความเดียว

. เครื่องปั้นดินเผาก่อนประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือเครื่องปั้นดินเผา

ที่บ้านเชียง

. เครื่องปั้นดินเผาที่บ้านเชียงส่วนใหญ่เป็นหม้อลายเขียนสีรูปวงกลมม้วนคล้าย

ลายก้นหอย

. หลักฐานทางโบราณคดีแสดงว่าบ้านเชียงเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญในภูมิภาค

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

. คณะกรรมการมรดกโลกประกาศให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นมรดกโลก

เมื่อ.. ๒๕๓๕

เฉลยข้อ 2

เหตุผล ข้อ 2 เป็นประโยคความเดียวเพราะมีคำกริยาตัวเดียวและไม่มีประโยคอื่นมาขยาย

ข้อ 1 เป็นประโยคความซ้อน มี “ที่” เป็นคำเชื่อมอนุประโยค

ข้อ 3 เป็นประโยคความซ้อน มี “ว่า” เป็นคำเชื่อมอนุประโยค

ข้อ 4 เป็นประโยคความซ้อน มี “ให้” เป็นคำเชื่อมอนุประโยค

๒๔. ข้อใดไม่ใช่ประโยคความซ้อน

. คนไทยนิยมทำอาหารตามฤดูกาลซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติ

. ปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้คนเป็นไข้หวัด

. เย็นนี้แม่บ้านจะทำแกงส้มดอกแคและผัดผักรวม

. เชื่อกันว่าการรับประทานแกงร้อนๆจะช่วยแก้ไข้หวัดในระยะเปลี่ยนฤดูได้

เฉลยข้อ 3

เหตุผล ข้อ 3 เป็นประโยคความรวมมีคำเชื่อม และ เชื่อม 2 ประโยค

ข้อ 1 เป็นประโยคความซ้อน มี “ซึ่ง” เป็นคำเชื่อมอนุประโยค

ข้อ 2 เป็นประโยคความซ้อน มี “ที่” เป็นคำเชื่อมอนุประโยค

ข้อ 4 เป็นประโยคความซ้อน มี “ว่า” เป็นคำเชื่อมอนุประโยค

๒๕. ข้อใดไม่ใช่ประโยค

. การดำเนินงานธุรกิจหรือการประกอบอาชีพต้องมีความพอเพียง

. เศรษฐกิจพอเพียงมิได้จำกัดเฉพาะเกษตรกรหรือชาวไร่ชาวนาเท่านั้น

. เกษตรทฤษฎีใหม่เป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นให้เกษตรกรสามารถดูแลตัวเองได้

. การบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ทำให้คนสามารถดูแลตัวเองให้อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน

เฉลยข้อ 4

เหตุผล ข้อ 4 มีแต่ส่วนประธานและส่วนขยายประธาน ยังไม่มีกริยาหลักจึงเป็น

ประโยคไม่ได้

ข้อ 1, 2 เป็นประโยค มีประธาน กริยา กรรม

ข้อ 3 เป็นประโยค มีประธาน กริยา ส่วนเติมเต็ม

๒๖. ข้อใดมีน้ำเสียงเชิงตำหนิ

. ผู้จัดการบริษัทนำเที่ยวบริหารงานจนใครๆยกนิ้วให้

. ชาวบ้านรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดีว่าเขาร่ำรวยเพราะอะไร

. ไม่ว่าแม่จะถามความเห็นกี่ครั้งลูกสาวก็ยังยืนคำเหมือนเดิม

. เวลาจะไปพักผ่อนต่างจังหวัดคุณแม่ก็จัดแจงจองที่พักล่วงหน้า

เฉลยข้อ 2

เหตุผล ข้อ 2 มีน้ำเสียงเชิงตำหนิว่าอาจจะไม่ซื่อสัตย์

ข้อ 1 มีน้ำเสียงชื่นชม

ข้อ 3, 4 มีน้ำเสียงปรกติ

๒๗. คำทุกคำในข้อใดใช้ได้ทั้งความหมายตามตัวและความหมายเชิงอุปมา

. ปีนเกลียวปิดฉากถูกขา

. ปิดตาเฝ้าไข้เปลี่ยนมือ

. วางใจเป่าปี่แก้เคล็ด

. ปั่นหัวกินตะเกียบลงคอ

เฉลยข้อ 1

เหตุผล ข้อ 1 “ปีนเกลียว” ความหมายตามตัว = เกลียวไม่สบกัน, เกลียวไม่ลงตามร่อง

ความหมายเชิงอุปมา = มีความเห็นไม่ลงรอยกัน “ปิดฉาก” ความหมายตามตัว =

รูดม่านปิดเมื่อละครจบ ความหมายเชิงอุปมา = เลิก, หยุด, ยุติ เช่น ปิดฉากชีวิต

แปลว่า ตาย “ถูกขา” ความหมายตามตัว = สัมผัสขา, โดนขา ความหมายเชิงอุปมา =

เข้ากันได้

ข้อ 2 “ปิดตา”, “เปลี่ยนมือ” มีความหมายตามตัวและความหมายเชิงอุปมา “เฝ้าไข้”

มีความหมายตามตัวได้อย่างเดียว

ข้อ 3 “เป่าปี่”, “แก้เคล็ด” มีความหมายตามตัวและความหมายเชิงอุปมา “วางใจ”

มีความหมายเชิงอุปมาได้อย่างเดียว

ข้อ 4 “ปั่นหัว”, “ลงคอ” มีความหมายตามตัวและมีความหมายเชิงอุปมา

“กินตะเกียบ” มีความหมายเชิงอุปมาได้อย่างเดียว

๒๘. ข้อใดใช้คำถูกต้อง

. เธอได้รับคำชมว่าทำงานเก่งมากจนใครๆยกมือให้

. การแสดงดนตรีกว่าจะยกเลิกก็เกือบสองทุ่ม

. ผู้มีรายได้ต่ำได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้

. ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีจะได้รับการยกโทษลงครึ่งหนึ่ง

เฉลยข้อ 3

เหตุผล ข้อ 1 “ยกมือ” คำที่ถูกต้องคือ ยกนิ้ว

ข้อ 2 “ยกเลิก” คำที่ถูกต้องคือ เลิก

ข้อ 4 “ยกโทษ” คำที่ถูกต้องคือ ลดโทษ

๒๙. ข้อใดใช้คำฟุ่มเฟือย

. ทหารในขบวนสวนสนามเดินอกผายไหล่ผึ่ง

. คุณยายขอให้ฉันกับญาติที่บุกรุกที่ดินเลิกแล้วต่อกัน

. ฉันต้องทนฟังเขาชี้แจงเหตุผลแม้จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย

. พ่อแม่ชื่นชมปีติยินดีที่ลูกสาวสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก

เฉลยข้อ 4

เหตุผล ข้อ 4 พ่อแม่ชื่นชม, พ่อแม่ปีติ, พ่อแม่ยินดี เลือกใช้เพียงคำใดคำหนึ่ง

ข้อ 1 “อกผายไหล่ผึ่ง” เป็นการใช้คำซ้อน ไม่ฟุ่มเฟือย

ข้อ 2 “บุกรุก” เป็นการใช้คำซ้อน ไม่ฟุ่มเฟือย

ข้อ 3 “ส่วนได้ส่วนเสีย” เป็นการใช้คำซ้อน ไม่ฟุ่มเฟือย

๓๐. ข้อใดใช้ภาษากำกวม

. เด็กข้างบ้านวิ่งชนฉันหกล้มปากแตก

. คนขับรถถูกสั่งพักงานฐานละเลยหน้าที่

. ก๋วยเตี๋ยวปลาแบบโบราณในซอยนี้มีหลายร้าน

. พวงมาลัยแบบนี้แม่ค้าขายฉันพวงละ๑๐บาท

เฉลยข้อ 1

เหตุผล ข้อ 1 เด็กข้างบ้านวิ่งชนฉันหกล้มปากแตก ไม่รู้ใครหกล้มปากแตก (ฉัน

หรือ เด็ก)

ข้อ 2, 3, 4 ชัดเจน ไม่กำกวม

เฉลยข้อสอบ O-net ภาษาไทย ม.6 อย่างละเอียด

 

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ ๑ – ๕

ก. โบราณว่าเป็นข้าจอมกษัตริย์
ข. ราชสวัสดิ์ต้องเพียรเรียนรักษา
ค. ท่านกำหนดจดไว้ในตำรา
ง. มีมาแต่โบราณช้านานครัน
๑. ข้อใดมีเสียงสระประสม
        ๑. ข้อ ก        ๒. ข้อ ข
        ๓. ข้อ ค        ๔. ข้อ ง
เฉลย. ข้อ  ข. 
สระประสมตามหลักภาษาศาสตร์ มี 3 เสียง คือ เอีย  เอือ  อัว ข้อ ข. มีคำว่า “เพียร  เรียน”
๒. ข้อใดมีคำที่ออกเสียงอักษรควบ
      ๑. ข้อ ก            ๒. ข้อ ข
      ๓. ข้อ ค           ๔. ข้อ ง
เฉลย ข้อ ๔ 
อักษรควบ คือ คำที่ออกเสียงพยัญชนะต้นควบกับ อักษร “ร, ล, ว” ข้อที่ ๔ คือคำว่า “ครัน”
๓. ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบ ๕ เสียง
๑. ข้อ ก ๒. ข้อ ข
๓. ข้อ ค ๔. ข้อ ง
เฉลย ข้อ ๒ 
ก. โบราณว่าเป็นข้าจอมกษัตริย์ (สามัญ โท สามัญ โท สามัญ เอก เอก)ขาดเสียงตรี และจัตวา
ข. ราชสวัสดิ์ต้องเพียรเรียนรักษา(โท เอก เอก โท สามัญ สามัญ ตรี  จัตวา) ครบทุกเสียง
ค. ท่านกำหนดจดไว้ในตำรา(โท สามัญ เอก เอก ตรี สามัญ สามัญ สามัญ) ขาดเสียงจัตวา
ง. มีมาแต่โบราณช้านานครัน(สามัญ สามัญ เอก สามัญ สามัญ ตรี สามัญ สามัญ) ขาดเสียงจัตวา
๔. ข้อใดมีอักษรต่ำน้อยที่สุด (ไม่นับอักษรที่ซ้ำกัน)
๑. ข้อ ก ๒. ข้อ ข
๓. ข้อ ค ๔. ข้อ ง
เฉลย ข้อ ๑ ในข้อนี้ เขาต้องการถามพยัญชนะต้นที่เป็นอักษรต่ำน้อยที่สุดโดยไม่นับเสียงซ้ำ วิเคราะห์ได้ดังนี้
ข้อ ๑ ร.ว
ข้อ ๒ ร ช ว พ
ข้อ ๓ ท น ว ร
ข้อ ๔ ม ร ช น ค
๕. ข้อใดมีอักษรนำ
๑. ข้อ ก และ ข ๒. ข้อ ข และ ค
๓. ข้อ ค และ ง ๔. ข้อ ง และ ก
เฉลยข้อ ๒
ข. มีคำว่า สวัสดิ์ (อักษรสูงนำอักษรต่ำเดี่ยว)     ค. มีคำว่า  “หนด”(ห. นำอักษรต่ำเดี่ยว)

คำในข้อใดมีตัวสะกดมาตราเดียวกับเหตุผล” ทุกคำ

พุดตานถอดถอนมลพิษ              มดเท็จคิดสั้นจัดการ

ผลัดเวรบทกลอนโทษทัณฑ์                          ๔สวดมนต์จุดอ่อนทรัพย์สิน

เฉลย ข้อ ๓

เนื่องจาก “เหตุผล” มีตัวสะกดมาตราแม่ กด และแม่ กน ตามลำดับ

ข้อ ๑ คำว่า มลพิษ ไม่ใช่ เพราะสะกดด้วยแม่ กน และแม่กด

ข้อ ๒ คำว่า มดเท็จ ไม่ใช่ เพราะสะกดด้วยแม่ กดทั้งสองพยางค์

ข้อ ๔ คำว่า ทรัพย์สิน ไม่ใช่ เพราะสะกดด้วยแม่ กบ และแม่กน

คำซ้ำในข้อใดต้องใช้เป็นคำซ้ำเสมอ

คนงานใหม่ขยันเป็นพักๆเอาแน่ไม่ได้

นักเรียนอนุบาลหกล้มหัวเข่าแตกเลือดไหลซิบๆ

งานนี้ถึงจะได้เงินเดือนน้อยก็ทำไปพลางๆก่อนแล้วกัน

ถ้าเราวางแผนให้ดีตั้งแต่แรกๆโครงการนี้ก็คงสำเร็จไปแล้ว

เฉลย ข้อ ๑

เหตุเพราะว่า หากไม่ใช่เป็นคำซ้ำ จะไม่ได้ความหมาย หรือ ความหมายอาจเปลี่ยนไปก็ได้  วิธีการคิดคือ ให้ลองอ่านและพิจารณาเอาเครื่องหมายไม้ยมกออกดูว่าได้ความหมายหรือไม่ หรือความหมายเปลี่ยนไปหรือไม่

๘. ข้อใดเป็นคำซ้อนทุกคำ

๑. ซ้ำซ้อน ซ่อนรูป ซักฟอก        ๒. ถ่องแท้ ถี่ถ้วน ถากถาง

๓. บีบคั้น เบียดเบียน เบาความ     ๔. แปรผัน เป่าหู โปรยปราย

เฉลย ข้อ ๒

ข้อ ๑ คำว่า “ซ่อนรูป” เป็นคำประสม

ข้อ ๓ คำว่า “เบาความ” เป็นคำประสม

ข้อ ๔ คำว่า “เป่าหู” เป็นคำประสม

๙. ข้อความต่อไปนี้ส่วนใดมีคำประสมทั้ง ๒ ส่วน

๑) บริเวณสวนกว้างขวาง / ๒) มีสนามที่ได้รับการดูแลจากเทศบาลเมือง /

๓) มีประติมากรรมเป็นรูปเทพธิดาแสนงาม / ๔) มุมหนึ่งมีนาฬิกาแดดคอย

บอกเวลา

๑. ส่วนที่ ๑ และ ๔                   ๒. ส่วนที่ ๒ และ ๓

๓. ส่วนที่ ๑ และ ๓                  ๔. ส่วนที่ ๒ และ ๔

เฉลย ข้อ ๔

ส่วนที่ ๒ คำประสม คือคำว่า  “เทศบาลเมือง”  

ส่วนที่ ๔ คำประสมคือคำว่า  “นาฬิกาแดด”

๑๐. ข้อใดมีคำประสมทุกคำ

๑. คำขาด คำคม คำราม              ๒. เดินแต้ม เดินรถ เดินสะพัด

๓. น้ำป่า น้ำไหล น้ำมือ             ๔. ติดลม ติดใจ ติดขัด

เฉลย ข้อ ๒

ข้อ ๑ คำว่า “คำราม” เป็น คำมูล

ข้อ ๓ คำว่า “น้ำไหล” เป็น กลุ่มคำ

ข้อ ๔ คำว่า “ติดขัด” เป็น คำซ้อน

๑๑. ข้อใดไม่มีคำสมาส

๑. วิสุทธโยธามาตย์เจ้า กรมขวา
๒. หนึ่งชื่อราชโยธา เทพซ้าย
๓. ตำแหน่งศักดิ์ยศถา เสถียรที่
๔. คุมพยุหยาตราย้าย ย่างเข้าตามสถาน

เฉลยข้อ 3

เหตุผล ข้อ 3 ไม่มีคำสมาส คำว่า “ศักดิ์ยศถา” ดูคล้ายคำสมาส แต่ไม่ใช่ เป็นการเรียงคำ

เท่านั้น

ข้อ 1 “โยธามาตย์” เป็นคำสมาส

ข้อ 2 “ราชโยธา” เป็นคำสมาส

ข้อ 4 “พยุหยาตรา” เป็นคำสมาส

๑๒. ข้อใดมีคำสมาสที่มีการสร้างคำต่างกับข้ออื่น

๑. ขับคเชนทร์สาวก้าว ส่ายเสื้องเทาทาง

๒. สถานที่พุทธบาทสร้าง สืบไว้แสวงบุญ

๓. สุธารสรับพระเต้า เครื่องต้นไปตาม

๔. โดยเสด็จดำเนินแคล้ว คลาดคล้อยบทจร

เฉลยข้อ 1

เหตุผล ข้อ 1 คำว่า “คเชนทร์” เป็นคำสมาสแบบมีสนธิซึ่งต่างกับข้ออื่น

ข้อ 2 “พุทธบาท” เป็นคำสมาสแบบไม่มีสนธิ

ข้อ 3 “สุธารส” เป็นคำสมาสแบบไม่มีสนธิ

ข้อ 4 “บทจร” เป็นคำสมาสแบบไม่มีสนธิ

๑๓. ข้อใดสะกดถูกทุกคำ

๑. เขากินอาหารมังสวิรัตทุกวันพุธมาสามปีแล้ว

๒. ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านมียามรักษาการอยู่ตลอดเวลา

๓. คนที่ซื้อทองรูปพรรณต้องจ่ายเงินค่ากำเหน็จด้วย

๔. เพื่อนเห็นเขานั่งหลับจึงถามว่าเข้าฌานถึงชั้นไหนแล้ว

เฉลยข้อ 3

เหตุผล ข้อ 3 คำว่า “กำเหน็จ” สะกดถูกต้อง หมายถึง ค่าจ้างทำเครื่องเงินหรือทองรูปพรรณ

ข้อ 1 คำว่า “มังสวิรัต” สะกดผิด ที่ถูกคือ “มังสวิรัติ” เพราะ วิรัติ หมายถึงงดเว้น,เลิก

ข้อ 2 คำว่า “รักษาการ” สะกดผิด ที่ถูกคือ “รักษาการณ์” หมายถึง เฝ้าดูแลเหตุการณ์

ข้อ 4 คำว่า “เข้าฌาณ” สะกดผิด ที่ถูกคือ “เข้าฌาน” ฌาน หมายถึงภาวะที่จิตสงบแน่วแน่
๑๔. ข้อใดมีคำสะกดผิด
๑. ดาวพระศุกร์ที่เห็นในเวลาเช้ามืดเรียกว่าดาวประกายพรึก

๒. ในสวนสาธารณะมีคนมาออกกำลังกายกันอยู่ประปราย

๓. กระบะที่ลงรักแบบญี่ปุ่นและจีนเรียกว่าเครื่องกำมะลอ

๔. ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทุกครอบครัวต้องกระเบียดกระเสียน

เฉลยข้อ 4

เหตุผล ข้อ 4 คำว่า “กระเบียดกระเสียน” สะกดผิด ที่ถูกคือ “กระเบียดกระเสียร”

หมายถึง พยายามใช้อย่างจำกัดจำเขี่ย

 

 ใช้ข้อความในพจนานุกรมต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ ๑๕-๑๖

 

๑๕. มีคำที่เป็นคำตั้งหรือแม่คำกี่คำ

๑. ๓ คำ         ๒. ๔ คำ         ๓. ๕ คำ         ๔. ๖ คำ

เฉลยข้อ3

เหตุผล ข้อ 3 มีคำตั้ง หรือ แมค่ ำ 5 คำ คอื จวัก จอ1 จอ2 จ่อ 1 จ่อ 2 คำตั้ง หมายถึงคำที่ยกขึ้นตั้งเพื่อนิยามความหมาย ในการทำพจนานุกรม

๑๖. มีคำที่ระบุว่าใช้เฉพาะแห่งกี่คำ

๑. ๑ คำ         ๒. ๒ คำ         ๓. ๓ คำ         ๔. ๔ คำ

เฉลยข้อ 2

เหตุผล ข้อ 2 มี 2 คำ คือ จ่อคิว (ปาก) และจ่อ2 (ถิ่น-อีสาน) เพราะ (ปาก) และ

(ถิ่น) ในพจนานุกรมระบุว่าเป็นคำบอกลักษณะของคำที่ใช้เฉพาะแห่ง

๑๗. คำภาษาอังกฤษในข้อใดใช้คำไทยแทนไม่ได้

๑. จินดาทำข้อสอบหลายวิชาจนรู้สึกเบลอร์ไปหมด

๒. จิตราเป็นดีไซเนอร์ประจำห้องเสื้อที่มีชื่อเสียง

๓. จินตนาไปหาหมอเพื่อใช้แสงเลเซอร์รักษาผิวหน้า

๔. จิตรลดาเป็นวิสัญญีแพทย์ระดับอินเตอร์ของโรงพยาบาลนี้

เฉลยข้อ 3

เหตุผล ข้อ 3 คำว่า “เลเซอร์” ไม่มีคำไทยใช้

ข้อ 1 คำว่า “เบลอร์” ใช้คำว่า งุนงง แทนได้

ข้อ 2 คำว่า “ดีไซเนอร์” ใช้คำว่า นักออกแบบ แทนได้

ข้อ 4 คำว่า “อินเตอร์” ใช้คำว่า สากล แทนได้
๑๘. ข้อใดเป็นคำศัพท์บัญญัติจากคำภาษาอังกฤษทุกคำ

๑. จุลทรรศน์ จุลินทรีย์ จุลกฐิน         ๒. สังคม สังเคราะห์ สังโยค

๓. สมมาตร สมมุติฐาน สมเพช          ๔. วิกฤตการณ์ วิจัย วิสัยทัศน์
เฉลยข้อ 4

เหตุผล ข้อ 4 คำว่า “วิกฤตการณ์” บัญญัติศัพท์มาจาก crisis “วิจัย” บัญญัติมา

จาก research “วิสัยทัศน์” บัญญัติศัพท์มาจาก vision

ข้อ 1 คำว่า “จุลกฐิน” ไม่ใช่คำที่มาจากภาษาอังกฤษ เป็นคำสมาส

ข้อ 2 คำว่า “สังโยค” ไม่ใช่คำที่มาจากภาษาอังกฤษเป็นคำที่มาจาก

ภาษาบาลี-สันสกฤต

ข้อ 3 คำว่า”สมเพช” ไม่ใช่คำที่มาจากภาษาอังกฤษเป็นคำที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต 

๑๙. ข้อใดไม่มีคำยืมภาษาบาลีสันสกฤต

ก. วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ

ข. พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า

ค. รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา

ง. พี่ตั้งตาแลแลตามแพราย
๑. ข้อ ก และ ข         ๒. ข้อ ก และ ค
๓. ข้อ ข และ ง          ๔. ข้อ ค และ ง

เฉลยข้อ 3

เหตุผล ข้อ 3 เพราะข้อ ข และ ง ทุกคำเป็นคำไทย

ข้อ 1 ข้อ ก มีคำว่า “จร” เป็นคำยืม

ข้อ 2 ข้อ ก มีคำว่า “จร” เป็นคำยืม ข้อ ค มีคำว่า “จันทร์” เป็นคำยืม

ข้อ 4 ข้อ ค มีคำว่า “จันทร์” เป็นคำยืม

๒๐. ข้อใดใช้คำลักษณนามไม่ถูกต้อง

๑. เขาสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของหน่วยงานได้ครบทุกข้อ

๒. นักวิชาการเสนอข้อคิดเห็นไว้ในบทสรุปของรายงานหลายประการ

๓. รัฐบาลมีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไขหลายเรื่อง

๔. คณะกรรมการกำลังพิจารณาคำขวัญที่ส่งเข้าประกวด ๕๐ บท

เฉลยข้อ 4

เหตุผล ข้อ 4 คำขวัญ ต้องใช้ลักษณะนามว่า “คำขวัญ”ตามข้อกำหนดของราชบัณฑิตยสถาน

ข้อ 1 เงื่อนไข ใช้ลักษณะนามว่า “ข้อ” ถูกต้อง

ข้อ 2 ข้อคิดเห็น ใช้ลักษณะนามว่า “ประการ” ถูกต้อง

ข้อ 3 ปัญหา ใช้ลักษณะนามว่า “เรื่อง” ถูกต้อง

 

การสร้างคำ

ข้อคิดจากท่าน ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ

วันนี้ได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมรับเกียรติบัตรจาก สสค. ตามโครงการสังคมไทย ร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชูยกย่อง “ครูสอนดี”  และได้มีโอกาสต้อนรับท่าน ร.ต.ท.เชาวริน  ลัทธศักดิ์ศิริ  ซึ่งท่านได้เดินทางมาประชาสัมพันธ์ เอาบุญมาฝากชาวจังหวัดน่าน  เกี่ยวกับการสร้างองค์เจ้าแม่กวนอิม ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งท่านบอกว่า ท่านเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ ฉะนั้นทำอะไรๆ ก็ต้องพิเศษๆ

ประทับใจท่านมากๆ เอกลักษณ์ของท่านที่เราเห็นกันติดตาเป็นประจำคราถ่ายทอดสดการอภิปรายในรัฐสภา ก็คือ  ท่านจะแต่งเครื่องแบบข้าราชการตลอด ซึ่งต่างจาก สส.ท่านอื่นจะสวมสูท ผูกเนคไท ซึ่งท่านให้ข้อคิดเกี่ยวกับการแต่งเครื่องแบบข้าราชการ พอสรุปได้ว่า “ทุกคนมีสิทธิที่จะสวมสูท ผูกเนคไท  แต่คนที่มีสิทธิจะแต่งเครื่องแบบข้าราชการ ก็ต้องเป็นข้าราชการเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงว่าทุกคนจะมีสิทธิสวมเครื่องแบบได้” น่าคิดนะคะ

สุดท้ายท่านได้ฝากข้อคิดโดยยกเอา พระพุทธพจน์ที่พระพุทธเจ้าทรงประทานแก่พระอรหันต์ ๖๐ รูป ถือเป็นธรรมประกาศโนบายหรือนโยบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ๕ ข้อ  เป็นข้อคิดให้แก่คณะครูว่า

1. ตกปลานอกบ้าน นั่นหมายความว่า ผู้ที่เป็นครูจะต้องสืบเสาะหาความรู้อยู่สม่ำเสมอ เพราะความรู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เปรียบกับคนที่ตกปลา ถ้าตกปลาแต่บ่อที่อยู่ในบ้าน สักวันปลาก็คงหมด ถ้าไม่ไปเสาะแสวงหาตกปลาที่อื่น

2. ประสาน 10 ทิศ  หมายถึง เราต้องมีการเข้าหาชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการ และพัฒนาการศึกษา

3. ผูกมิตรทั่วราช หมายถึง การเป็นมิตรไมตรี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

4. พัฒนาปัญญา หมายถึง ต้องมีการพัฒนาตนเองในด้านการพัฒนาปัญญา และการศึกษาของตนเอง ด้านการศึกษาต่อ

5. สาลิกาป้อนเหยื่อ  หมายถึง การรู้จักแยกแยะความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งแต่ละคนมีความเป็นปัจเจก ฉะนั้นหากเป็นครู ถ้ารู้จักวิเคราะห์ตัวผู้เรียนก็จะสามารถให้ความรู้กับเขาได้อย่างเหมาะสม หากเป็นผู้บริหาร หากรู้จักใช้คนให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความถนัดของบุคคลนั้นๆ ก็จะสามารถพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนกับนกสาลิกา  เมื่อจะเอาเหยื่อมาป้อนให้กับลูกน้อย มันจะต้องจิกและกัดอาหารให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนป้อนให้ลูกกิน

จากข้อคิดดังกล่าว ทำให้รู้ว่า ..การเป็นครูถือเป็นภาระอันยิ่งใหญ่ที่จะพัฒนาคน พัฒนาประเทศชาติ ตามที่ท่านเชาวริน ประกาศไว้ตั้งแต่เป็นสส.ว่า หากมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรี ท่านจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นตำรวจ และจบการศึกษานิติศาสตร์ ก็ตาม โดยท่านให้เหตุผลของขงจื้อที่ว่า “จะพัฒนาประเทศ จะต้องพัฒนาคนก่อน”

วันนี้นอกจากได้เงินหมื่น พร้อมเกียรติบัตร ทีประกาศว่าเราเป็นครูสอนดี(จริงหรือเปล่า!)แล้ว…ยังได้ข้ิอคิดอะไรดีๆมากมายเลยค่ะ…

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ในวันเสาร์ – อาิทิตย์ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสไปร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูสอนดีจังหวัดน่าน ณ ศศิดารารีสอร์ท อ.เมือง จ.น่าน

ตอนได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรมทำเป็นไม่อยากเข้าร่วม เหตุผลเพราะกังวลเกี่ยวกับงานที่ยังค้างอยู่ แต่ก็จำใจตัดสินใจเข้าร่วม … สุดท้ายแล้วบอกได้เลยว่า…ฉันเกือบตัดสินใจผิดอีกแล้ว

การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21  คือ การมุ่งให้ผู้เรียนอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น  มีทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม , ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ , ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศ, ทักษะด้านอาชีพ และทักษะการเรียนรู้, ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ , ทักษะความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างประบวนทัศน์ , ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะการแก้ปัญหา

ในการจัดกิจกรรมของคุณครูหลายท่าน มีกระบวนการที่เป็น PBL อยู่แล้ว เพียงแต่ว่ายังขาดบางส่วน ฉะนั้นแล้วการที่ครูหลายท่านกังวลใจกับการจัดการเรียนการสอนแบบ PBL ก็ขอให้สบายใจได้เลยว่า เราทำอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องมาเติมเต็มในบางส่วนให้เข้ากับแนวคิดที่่ว่านี้เท่านั้นเองค่ะ

การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นี้ ครูไม่ต้องสอน ไม่ต้องบอกความรู้  เพียงแต่ครูเป็นผู้ชี้แนะแนวทาง ให้คำปรึกษา ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้  ลงมือปฏิบัติ และค้นหาองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง  ในรูปแบบของกระบวนการกลุ่ม  “Teach Less, Learn More” คือสอนให้น้อย เรียนรู้ให้มากๆ นั่นเอง  และิอีกประโยคหนึ่งที่กินใจนั่นก็คือ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นั้น “เราไม่ได้สนใจคำตอบ แต่เราสนใจการได้มาซึ่งคำตอบนั้นๆ มากกว่า” แสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นั้น ครูจะต้องให้ความสนใจในขั้นตอนของกระบวนการคิดมากกว่า การท่องจำ  ผู้เรียนจะต้องคิดไ้ด้ คิดเป็น  รู้และเข้าใจวิธีการได้มาซึ่งความรู้

สรุป หัวใจสำคัญ “ครูไม่ต้องสอน แต่ต้องออกแบบการเรียนรู้ และอำนวยความสะดวกการเรียนรู้ ให้นักเรียนเรียนรู้จากการเรียนแบบลงมือทำ หรือปฏิบัติจริง แล้วการเีรียนรู้ก็จะเกิดจากภายในใจและสมองของตนเอง การเรียนรู้แบบนี้เรียกว่า PBL (Project – based Learning)”

มาถึงตอนนี้! ถ้าเรายังคงใช้วิธีการสอนแบบท่องจำความรู้  ไม่เริ่มต้นปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน แล้วผู้เรียนซึ่งคือลูกหลานของเราจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีความสุขได้อย่างไร?

ความรู้เรื่อง “นิราศ”

นิราศ แปลว่า การจากไป การพรากจาก ในทางฉันทลักษณ์หมายถึง บทประพันธ์ที่พรรณนาถึงการจากถิ่นฐานที่อยู่ไปในที่ต่างๆ  ต้องมีการบรรยายถึงสิ่งที่ได้พบเห็นตลอดการเดินทาง  และ ต้องรำพึงรำพันถึงคนรักหรือภรรยา  ถ้าไม่มีก็ต้องสมมุติขึ้นจึงจะถูกต้องตามแบบการแต่งนิราศ ในการบรรยาย และพรรณนาตลอดเส้นทางการเดินทางนั้น กวีมักจะบรรยายถึงสิ่งที่ได้พบเห็น แล้วเปรียบเทียบกับความในใจของตน เมื่อต้องพลัดพรากจากหญิงอันเป็นที่รัก ทั้งในด้านความรัก และความทุกข์หรือวิถีชีวิต

          วรรณกรรมนิราศ ใช้คำประพันธ์ได้หลากหลายประเภท แต่ที่นิยมคือ “โคลง” และ “กลอน” ถ้าแต่ด้วยกลอนจะเรียกว่า “กลอนนิราศ” ถ้าแต่งด้วยโคลงจะเรียกว่า “โคลงนิราศ” เป็นต้น

          สุนทรภู่ได้แต่งนิราศไว้ถึง ๙ เรื่อง ได้แก่  นิราศเมืองแกลง, นิราศพระบาท, นิราศภูเขาทอง, นิราศเมืองเพชร, นิราศวัดเจ้าฟ้า, นิราศอิเหนา, นิราศสุพรรณ, นิราศพระประธม และ รำพันพิลาป

กฎการแต่นิราศ

๑. กลอนนิราศเหมือนกับกลอนเพลงยาว คือ ขึ้นต้นด้วยวรรครับของบาทแรก (หรือบาทเอก) ส่วนวรรคสลับ(สดับ) ให้เว้นไว้

๒. วรรคหนึ่งใช้คำตั้งแต่ ๗ – ๙ คำ

๓. สัมผัสและความไพเราะอื่นๆ เหมือนกลอนแปด