แบบฝึกหัดที่ 3 การเรียงลำดับกลอน

ให้นักเรียนเรียงกลอนแต่ละวรรคให้ถูกต้อง

1.            พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์

เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น

โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด  (ศิวกานต์ ปทุมสูติ)

2.            ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น

ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ

เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ  (ศักดิ์ศรี  แย้มนัดดา)

 3.            เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่

เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ

ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่  (วิสา  คัญทัพ)

 4.            คนอาจต่ำทำนามาช้านาน

แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน

มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว

แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง  (ไพวรินทร์  ขาวงาม)

 

 

 

 

  1. เด็กชายชาญณรงค์ ไชยลังกา

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    เด็กชายชาญณรงค์ ไชยลังกา ชั้นม.2/1 เลขที่ 2

      • เด็กหญิงนันทิกานต์ พัฒนา

        1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
        โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

        2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
        ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

        3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
        เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

        4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
        คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

        เด็กหญิงนันทิกานต์ พัฒนา เลขที่ ๑๕ ม.๒/๑

  2. เด็กหญิง ภัชราภา เฟื่องฟู

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    เด็กหญิง ภัชราภา เฟื่องฟู เลขที่ 19 ชั้นม.2/1

  3. เด็กหญิงผการัตน์ คำปลิว ม.๒/๑ เลขที่๑๘

    ๑.หารคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    ๒.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    ๓.เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    ๔.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    เด็กหญิงผการัตน์ คำปลิว เลขที่๑๘ ม.๒/๑

  4. เด็กหญิงเจนจิรา บุญรักษา เลขที่ ๑๐ ม.๒/๑

    คำตอบ
    ๑.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    ๒.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    ๓.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    ๔.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    เด็กหญิงเจนจิรา บุญรักษา เลขที่ ๑๐ ม.๒/๑

  5. เด็กหญิง ปวรัตน์ จันต๊ะวิไชย ชั้น ม.๒/๑ เลขที่ ๑๖

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน

    ด.ญ.ปวรัตน์ จัต๊ะวิไชย ม.๒/๑

  6. เด็กชาย เอกวัฒน์ วุฒิยาน เลขที่ 5 ช้น ม.2/1

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    เด็กชาย เอกวัฒน์ วุฒิยาน เลขที่ 5ชั้นม.2/1

  7. 1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    ด.ญ.ณัฐชยา ใจพรม ชั้นม.2/1 เลขที่ 2

  8. 1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน

    ด.ญ.กนกพร ปิจดี เลขที่ 8 ม.2/1

  9. เด็กหญิง อรนงค์ คำมอญ เลขที่ 24 ช้น ม.2/1

    1. หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3. .มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

  10. เด็กหญิงนันทิกานต์ พัฒนา

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    เด็กหญิงนันทิกานต์ พัฒนา เลขที่ ๑๕ ม.๒/๑

  11. 1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่อนไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุทด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่ (วิสา คัญทัพ)
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    ด.ญ.เกวลิน อินต๊ะนาม เลขที่ 27 ม.2/1

  12. 1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    ด.ญ.ธัญสรณ์ บุนธรรม ชั้นม.2/1 เลขที่32

  13. 1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    ด.ญ.บุยานุช ทิพย์จักร เลขที่ 33ม.2/1

  14. ด.ญ.สุทธิดา แข่งขัน เลขที่ 35 ม.2/1

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ
    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม
    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    ด.ญ.สุทธิดา แข่งขัน เลขที่ 35 ม.2/1

  15. เด็กฟหญิงศุทธินี ต่างใจ เลขที่ 34 ม.2/1

    1. หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ (ศิวกานต์ ปทุมสูติ)

    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม(ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา)

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน (วิสา คัญทัพ)

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง (ไพวรินทร์ ขาวงาม)

  16. ด.ญ.ฉัตรพร สุขแช่ม เลขที่ 29 ม.2/1

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ
    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม
    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    ด.ญ.ฉัตรพร สุขแช่ม เลขที่ 29 ม.2/1

  17. อารียา คงทน

    1. หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    เด็กหญิงอารียา คงทน ม.2/1 เลขที่ 26

  18. ชัยวัฒน์ ธรรมไชย เลขที่ 3 ม.2/5

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    ด.ญ.ชัยวัฒน์ ธรรมไชย เลขที่ 3 ชั้น 2/5

    • ดีมากค่ะ สังเกตสำนวนกลอนของเขาด้วยนะคะ การใช้เสียงวรรณยุกต์ของคำท้ายแต่ละวรรค และก็การส่งสัมผัสเพื่อจะได้เป็นแนวทางในการแต่งกลอนของเราค่ะ

  19. 1. หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ
    (ศิวกานต์ ปทุมสูติ)

    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    (ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา)

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    (วิสา คัญทัพ)

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง (ไพวรินทร์ ขาวงาม)

    1. หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ
    (ศิวกานต์ ปทุมสูติ)

    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    (ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา)

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    (วิสา คัญทัพ)

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง (ไพวรินทร์ ขาวงาม)

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ
    (ศิวกานต์ ปทุมสูติ)
    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม
    (ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา)

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    (วิสา คัญทัพ)

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    (ไพวรินทร์ ขาวงาม)
    ด.ญ.ปานทอง โนราช เลขที่ 17 ม.2/1

  20. วาฐิณี สุทธะ ม.2/1 เลขที่ 21

    1. หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

  21. 1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    เด็กชายเจตนิพัทธ์ จันทร์เนตร ชั้นม.๒/๑ เลขที่ ๑

  22. เด็กหญิง ธัญญาเรศ ต้นเกษ เลขที่ 31 ชั้นม.2/1

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    เด็กหญิง ธัญญาเรศ ต้นเกษ เลขที่ 31 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1

  23. 1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    เด็กหญิงปานทอง โนราช เลขที่ ๑๗ ม.๒/๑

  24. 1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    ด.ญ.ธณาภรณ์ เทพคำ ชั้นม.๒/๑ เลขที่๑๓

  25. เด็กหญิง ธัญชนก ขันยม เลขที่ 14 ชั้นม.2/1

    1. หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ (ศิวกานต์ ปทุมสูติ)

    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม(ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา)

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน (วิสา คัญทัพ)

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง (ไพวรินทร์ ขาวงาม)

  26. จุฬารัตน์ คำชม

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    ด.ญ.จุฬารัตน์ คำชม เลขที่ ๒๘ ชั้นม.๒/๑

  27. ด.ญ.ณัฐพร แก้วภิรมย์ ม.๒/๑ เลขที่ ๓๐

    ๑.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์ เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    ๒.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ

    ๓.เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    ๔.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    เด็กหญิงณัฐพร แก้วภิรมย์ ม.๒/๑ เลขที่ ๓๐

  28. ด.ช.วชิรพันธุ์ สอนศิริ ม.2/1 เลขที่4 คงส่งทันอยู่นะครับ

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

  29. เด็กชายธีรศักดิ์ อินเขียว เลขที่ 3 ม.2/1

    1.หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น
    พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด
    เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2.ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น
    เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ
    ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3.มื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
    ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4.มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว
    แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน
    แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง
    เด็กชายธีรศักดิ์ อินเขียว เลขที่ 3 ม.2/1

  30. ปานทิพย์ จินะป๊อก ม.๒/๑

    1. หากคนเรารู้จักรักผู้อื่น พร้อมหยิบยื่นไมตรีบริสุทธิ์
    โลกคงจะสดใสไม่โทรมทรุด เจริญรุดด้วยรักที่ถักทอ

    2. ยิ้มไว้เถิดยิ้มไว้ถ้าใจชื่น เมื่อพักตร์รื่นชนชมนิยมเสมอ
    ยิ้มงามเหมือนความฝันอันเลิศเลอ ดุจเสนอให้ผู้อื่นได้ชื่นตาม

    3. เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
    เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

    4. มืออาจจะหยาบกระด้างแห้งร้างร้าว แต่คำข้าวกินกลืนนั้นชื่นหวาน
    คนอาจต่ำทำนามาช้านาน แต่เหงื่องานสร้างเมล็ดข้าวสีทอง

    ด.ญ.ปานทิพย์ จินะป๊อก เลขที่39 ม.2/1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: